แชร์

Bruges: มนตร์ขลังแห่งยุคกลางที่ลมหายใจยังคงเต้นอยู่ในสายน้ำ

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.พ. 2026
65 ผู้เข้าชม

Bruges: มนตร์ขลังแห่งยุคกลางที่ลมหายใจยังคงเต้นอยู่ในสายน้ำ


เมื่อเดินทางมาถึงเมืองบรูจส์ สิ่งแรกที่จะปะทะใบหน้าคือสายลมเย็นที่หอบเอาความเงียบสงบและกลิ่นอายของอิฐเก่ามาทักทาย บรูจส์ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวธรรมดา แต่มันคือ "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ทั้งเมือง ถนนทุกสายที่ปูด้วยหินขรุขระ (Cobblestone) ล้วนมีเรื่องราวเล่าขานผ่านเงาของยอดโบสถ์สูงเสียดฟ้า



สายน้ำที่ถักทอจิตวิญญาณของเมือง
ฉายา "Venice of the North" ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะหัวใจของบรูจส์คือโครงข่ายลำคลองที่ไหลลัดเลาะผ่านหลังบ้านเรือนทรงหน้าจั่ว (Guildhalls) สีอิฐแดงและส้มอิฐ การล่องเรือในคลองบรูจส์คือประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด เสียงฝีพายกระทบน้ำสลับกับเสียงระฆังจากหอคอยไกลๆ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในภาพวาดสีน้ำมันของจิตรกรยุคเรอเนสซองส์ โดยเฉพาะมุม Rozenhoedkaai ที่ต้นหลิวทอดกิ่งลงระผิวน้ำ ตัดกับฉากหลังที่เป็นหอระฆังสีเข้ม เป็นภาพจำที่สวยจนเกือบจะลืมหายใจ
จัตุรัสแห่งประวัติศาสตร์และเสียงระฆัง 47 ใบ



ใจกลางเมืองคือ Market Square (Grote Markt) ลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยอาคารทรงยุโรปโบราณที่ดูเหมือนบ้านขนมปังขิง ยอดแหลมของแต่ละตึกบ่งบอกถึงความมั่งคั่งของสมาคมช่างฝีมือในอดีต แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ Belfry of Bruges หอระฆังยักษ์ที่ตั้งตระหง่านมานานกว่า 800 ปี หากคุณมีแรงพอที่จะก้าวขึ้นบันไดวน 366 ขั้น คุณจะได้รางวัลเป็นภาพวิวพาโนรามาของเมืองที่ขยายตัวออกไปเหมือนพรมผืนใหญ่สีส้ม และถ้าโชคดี คุณจะได้ยินเสียงเพลงจากระฆัง 47 ใบ (Carillon) ที่บรรเลงกังวานไปทั่วเมือง


กลิ่นหอมที่อบอวลในอากาศ
เสน่ห์ของบรูจส์ไม่ได้มีแค่ทางตา แต่คือ "กลิ่น" ครับ ทันทีที่เดินเข้าสู่ย่านใจกลางเมือง กลิ่นเนยจากวอฟเฟิลอบใหม่ๆ และกลิ่นหอมหวานเข้มข้นของช็อกโกแลตจะเย้ายวนคุณในทุกหัวมุมถนน เบลเยียมคือดินแดนแห่งช็อกโกแลต และบรูจส์คือเมืองหลวงของมัน ร้านช็อกโกแลตทำมือที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านขายขนม แต่คืองานศิลปะที่วางเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ ตั้งแต่รสชาติคลาสสิกไปจนถึงรสชาติล้ำสมัยอย่างช็อกโกแลตผสมเครื่องเทศ


ตำนานรักและทะเลสาบแห่งความเงียบสงบ
ทางตอนใต้ของเมืองคือ Minnewater หรือ Lake of Love ที่นี่เป็นมุมที่เงียบสงบที่สุด ฝูงหงส์สีขาวสะอาดตาที่ว่ายวนอยู่ในทะเลสาบไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่มีตำนานเล่าขานถึงความรักที่เป็นอมตะและการอุทิศตนของชาวเมือง สะพานหินเก่าแก่ที่พาดผ่านทะเลสาบแห่งนี้คือจุดที่คู่รักทั่วโลกมาอธิษฐานเพื่อให้รักมั่นคงชั่วนิรันดร์


วิถีชีวิตและเบียร์เบลเยียม
เมื่ออาทิตย์เริ่มอัสดง แสงไฟสีวอร์มไวท์จะเริ่มสว่างขึ้นตามตรอกซอกซอย บรรยากาศจะเปลี่ยนจากเมืองน่ารักเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลัง การจิบเบียร์ Brugse Zot (เบียร์ท้องถิ่นหนึ่งเดียวที่ยังผลิตในเขตเมืองเก่า) ในร้านบาร์ไม้เก่าๆ ที่ตกแต่งด้วยของสะโบราณ คือการปิดท้ายวันที่สมบูรณ์แบบที่สุด

การล่องเรือคลองในเมือง Bruges เป็นกิจกรรมยอดนิยมที่พาเที่ยวชมเมืองเก่าในมุมที่สวยและโรแมนติก เรือจะแล่นผ่านคลองสายสำคัญอย่าง Groenerei และอาคารยุคกลางที่เรียงรายริมฝั่งน้ำ พร้อมฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองที่เคยรุ่งเรืองในอดีต

ระหว่างทางคุณจะได้ชมวิวไฮไลท์อย่าง Minnewater หรือ “ทะเลสาบแห่งความรัก” และบรรยากาศเมืองเก่าที่เงียบสงบงดงาม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เหมาะสำหรับการพักผ่อน ถ่ายภาพ และซึมซับเสน่ห์ของ Bruges ในแบบคลาสสิก
 

หอระฆังเก่าแก่ใจกลางเมือง Bruges เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองในยุคกลาง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโกธิกและความสูงกว่า 83 เมตร

ภายในหอมีบันไดกว่า 360 ขั้นให้เดินขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน ซึ่งสามารถมองเห็นหลังคาเมืองเก่าและคลองที่ทอดยาวอย่างสวยงาม โดยเฉพาะวิวของจัตุรัส Markt Square Bruges ที่คึกคักอยู่ด้านล่าง

ไฮไลท์อีกอย่างคือระฆังคาริลยง (Carillon) ที่มีมากกว่า 40 ใบ ซึ่งจะบรรเลงเสียงดนตรีก้องไปทั่วเมือง สร้างบรรยากาศคลาสสิกและโรแมนติกแบบยุโรปแท้ ๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากชมวิว Bruges แบบพาโนรามาและสัมผัสประวัติศาสตร์ในที่เดียว

Begijnhof เป็นสถานที่เงียบสงบและเปี่ยมเสน่ห์อีกแห่งในเมือง Bruges ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มสตรีผู้เคร่งศาสนาในอดีต ปัจจุบันยังคงรักษาบรรยากาศเรียบง่ายและสงบไว้ได้อย่างดี โดดเด่นด้วยบ้านสีขาวเรียงรายรอบลานกว้าง สนามหญ้า และต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา

ภายในยังมีโบสถ์เล็ก ๆ และทางเดินที่เงียบร่มรื่น เหมาะสำหรับการเดินเล่นพักผ่อน หรือซึมซับบรรยากาศแห่งความสงบตัดกับความคึกคักของเมือง Bruges ภายนอก เป็นอีกมุมหนึ่งของเมืองที่เต็มไปด้วยความงดงามแบบเรียบง่ายและคลาสสิก

สะพานหินเล็ก ๆ แสนโรแมนติกในเมือง Bruges ที่ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดของเมือง

แม้จะดูเหมือนสะพานโบราณยุคกลาง แต่จริง ๆ แล้วถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมโดยรอบอย่างลงตัว บริเวณนี้รายล้อมด้วยคลอง อาคารเก่า และสวนสีเขียว สะท้อนภาพลงบนผืนน้ำอย่างงดงาม

บรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติก ทำให้ Bonifacius Bridge เป็นมุมลับที่เหมาะสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และดื่มด่ำเสน่ห์ของ Bruges แบบคลาสสิก


บทความที่เกี่ยวข้อง
 ปักหมุด 20 หมู่บ้านในฝันของยุโรป... ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส!
ยุโรปไม่ได้มีดีแค่เมืองหลวงที่วุ่นวาย แต่เสน่ห์ที่แท้จริงซ่อนอยู่ใน "หมู่บ้านเล็กๆ" ที่กระจายอยู่ตามหุบเขา ริมทะเล และริมคลองสายเก่า บางแห่งเหมือนหลุดออกมาจากนิทานกริมม์ บางแห่งเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้งดี วันนี้เราคัดมาให้เน้นๆ 20 พิกัด ที่จะทำให้คุณอยากเก็บกระเป๋าตั้งแต่วินาทีที่อ่านจบ!
25 ก.พ. 2026
 10 เมืองยุโรปสุดโรแมนติก ปักหมุดที่เที่ยววันวาเลนไทน์ที่โลกต้องอิจฉา
"14 กุมภาพันธ์ปีนี้... ให้เสียงระฆังในปราก หรือแสงไฟในปารีส เป็นพยานความรักของคุณ ตามไปดู 10 เมืองที่สวยจนเหมือนหยุดเวลาไว้ให้แค่เราสองคน " ถ้าความรักคือการเดินทาง ยุโรปในเดือนกุมภาพันธ์ก็คือ "จุดหมายปลายทาง" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ความหนาวเย็นที่ทำให้เราต้องใกล้ชิดกันมากขึ้น กลิ่นช็อกโกแลตร้อน และแสงไฟสีส้มที่สะท้อนบนถนนปูหิน... นี่คือ 10 เมืองที่จะทำให้หัวใจคุณพองโตกว่าครั้งไหนๆ
14 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้