แชร์

Provence: The Purple Dream – เจาะลึก 10 พิกัดทุ่งลาเวนเดอร์ ที่งดงามที่สุดในฝรั่งเศส

อัพเดทล่าสุด: 21 ก.พ. 2026
30 ผู้เข้าชม

Provence: The Purple Dream – เจาะลึก 10 พิกัดทุ่งลาเวนเดอร์ ที่งดงามที่สุดในฝรั่งเศส


ฤดูร้อนของแคว้นโพรวองซ์ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส คือช่วงเวลาที่ธรรมชาติแต่งแต้มผืนดินให้กลายเป็นทะเลสีม่วงสุดลูกหูลูกตา ทุ่งลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยละมุนในอากาศ ผสานกับแสงแดดอุ่นๆ และท้องฟ้าสีฟ้าสด กลายเป็นภาพฝันที่งดงามราวกับหลุดออกมาจากโปสการ์ด
การเดินทางสู่ดินแดนแห่งนี้ ไม่ใช่แค่การชมดอกไม้ แต่คือการได้สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายของหมู่บ้านหินโบราณ ถนนเล็กๆ ที่คดเคี้ยวผ่านทุ่งสีม่วง และบรรยากาศโรแมนติกที่ทำให้เวลาค่อยๆ เดินช้าลง

และนี่คือรายละเอียดของ 10 พิกัดที่คุณต้องไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต


1. ที่ราบสูงวาเลนโซล (Valensole Plateau): "มหาสมุทรสีม่วงที่ไม่มีสิ้นสุด"

ที่นี่คือ "ภาพจำ" ของลาเวนเดอร์ฝรั่งเศสครับ พื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาทำให้คุณรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางคลื่นสีม่วงที่ซัดเข้าหาเส้นขอบฟ้า

จุดเด่น: ถนนเส้น D6 และ D8 จะมีจุดจอดรถยอดฮิตที่มีกระท่อมหินเก่าๆ (Bories) ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่ง เป็นมุมที่ตากล้องทั่วโลกต้องมาเช็คอิน


2. อารามเซน็องก์ (Abbaye de Sénanque): "ความสงบที่กรุ่นกลิ่นหอม"

โบสถ์หินสีเทาจากศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่ในหุบเขาแคบๆ ใกล้เมือง Gordes ที่นี่ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง ดอกลาเวนเดอร์ถูกปลูกและดูแลโดยเหล่านักบวช

บรรยากาศ: ความเงียบสงบของศาสนสถานตัดกับสีม่วงสดใส เป็นความงามที่ดูขรึมแต่ทรงพลัง แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่ก่อนทัวร์ลงครับ


3. เมืองโซลท์ (Sault): "เมืองหลวงแห่งลาเวนเดอร์บนที่สูง"

ถ้าคุณมาเที่ยวช้าไปนิด (ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม) อย่าเพิ่งถอดใจ ให้รีบบึงมาที่ Sault ครับ เพราะที่นี่ตั้งอยู่บนที่ราบสูง ดอกไม้จะบานช้ากว่าที่อื่น

กิจกรรม: มีเส้นทางเดินป่าเลียบทุ่งลาเวนเดอร์ (Lavender Trail) ให้คุณได้สัมผัสกลิ่นหอมแบบใกล้ชิดโดยไม่ต้องกลัวรถเฉี่ยว


4. กอร์ด (Gordes): "หมู่บ้านลอยฟ้าท่ามกลางพรมสีม่วง"

กอร์ดถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก (Les Plus Beaux Villages de France) ตัวหมู่บ้านสร้างจากหินสีนวลตาไต่ระดับขึ้นไปตามไหล่เขา

The View: แม้ในหมู่บ้านจะไม่มีทุ่งใหญ่ๆ แต่เมื่อคุณมองลงมาจากจุดชมวิว คุณจะเห็นที่ราบลุ่มด้านล่างถูกแต้มด้วยสีม่วงเป็นหย่อมๆ สลับกับสีเขียวของต้นมะกอกและไร่องุ่น มันคือภาพสะท้อนของวิถีชีวิตชาวโพรวองซ์ที่แท้จริง


5. ซิเมียน-ลา-โรตงด์ (Simiane-la-Rotonde): "มนต์ขลังแห่งสถาปัตยกรรม"

หมู่บ้านยุคกลางขนาดเล็กที่ดูเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ โดดเด่นด้วยปราสาทที่มีโดมทรงกลม (The Rotunda)

Why go? ทุ่งลาเวนเดอร์ที่นี่มักจะปลูกเป็นวงกลมล้อมรอบตัวหมู่บ้าน ทำให้มองเห็นทัศนียภาพที่ดูเหมือนภาพวาดในนิยายแฟนตาซี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหนีจากฝูงชนในวาเลนโซล


6. รูสสิยง (Roussillon) "นครสีส้มแดงท่ามกลางป่าสีเขียว"

หมู่บ้านนี้โดดเด่นด้วยสีสันของหินอ็อกเคอร์ (Ochre) ตั้งแต่สีเหลืองทองไปจนถึงแดงก่ำ เมื่อขับรถผ่านทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดเข้ามายังหมู่บ้านสีส้มแดงนี้ จะเกิดความคอนทราสต์ของสีสันที่สวยงามแปลกตาที่สุดในโพรวองซ์

Must See: เส้นทาง The Ochre Trail ที่ให้คุณเดินชมหน้าผาดินสีแดงตัดกับสีม่วงของดอกลาเวนเดอร์ในบริเวณใกล้เคียง


7. ดรอม โพรวองซาล (Drôme Provençale): "ธรรมชาติที่ยังไม่ถูกปรุงแต่ง"

ทางตอนเหนือของแคว้นโพรวองซ์คือเขตดรอม ที่นี่ทุ่งลาเวนเดอร์จะแทรกตัวอยู่ตามหุบเขาและเทือกเขาหินปูน

The Route: การขับรถเที่ยวในเขตนี้จะทำให้คุณพบกับ "ทุ่งลับ" ตามโค้งน้ำและเชิงเขาที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวทั่วไป เป็นสถานที่ที่คนรักความสงบจะตกหลุมรักได้ง่ายๆ


8. แฟราสสิแยร์ (Ferrassières): "แหล่งกำเนิดลาเวนเดอร์พันธุ์แท้"

ถ้าคุณเป็นคนรักน้ำหอม คุณต้องมาที่นี่ครับ เพราะที่ราบสูง Albion รอบเมืองแฟราสสิแยร์คือแหล่งปลูก Lavande Vraie (Fine Lavender) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงสุด กลิ่นหอมจะมีความละเมียดละไมกว่าพันธุ์ลูกผสมที่ปลูกในวาเลนโซลมาก


9. มูสติแยร์-แซงต์-มารี (Moustiers-Sainte-Marie): "ความงามใต้เงาหน้าผา"

หมู่บ้านที่เป็นจุดแวะพักยอดนิยมหลังจากชมทุ่งในวาเลนโซล ตัวเมืองตั้งอยู่ใต้หน้าผาหินขนาดมหึมา มีลำธารไหลผ่านกลางหมู่บ้าน

Hidden Gem: นอกจากการเดินชมทุ่งแล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องปั้นดินเผาเคลือบ (Faïence) ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และคุณสามารถเห็นดาวสีทองที่แขวนอยู่ระหว่างหน้าผาสองฝั่งเป็นฉากหลังของทุ่งลาเวนเดอร์ในบางมุม


10. เอ-ซอง-โพรวองซ์ (Aix-en-Provence): "สุนทรียภาพใกล้ตัวเมือง"

สำหรับใครที่ไม่มีเวลาขับรถไปไกลๆ ใกล้เมือง Aix มีฟาร์มชื่อ Terre Ugo เป็นฟาร์มออร์แกนิกที่เปิดให้เข้าชม มีกิจกรรมเวิร์กชอปทำน้ำมันหอมระเหย และมีมุมนั่งปิกนิกกลางทุ่งลาเวนเดอร์แบบชิลๆ


ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยว
ปลายมิถุนายน – ต้นกรกฎาคม : ดอกเริ่มบาน สีม่วงสด
กลางกรกฎาคม : สวยที่สุด ทุ่งเต็มสี
ปลายกรกฎาคม : ช่วงเก็บเกี่ยว (บางพื้นที่ยังสวย)


Provence ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่คือ “ความรู้สึก” ของความโรแมนติก ความสงบ และความงดงามของธรรมชาติที่ตราตรึงในใจ ใครได้มาเยือนสักครั้ง มักตกหลุมรักสีม่วงแห่งดินแดนนี้โดยไม่รู้ตัว


บทความที่เกี่ยวข้อง
 ปักหมุด 20 หมู่บ้านในฝันของยุโรป... ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส!
ยุโรปไม่ได้มีดีแค่เมืองหลวงที่วุ่นวาย แต่เสน่ห์ที่แท้จริงซ่อนอยู่ใน "หมู่บ้านเล็กๆ" ที่กระจายอยู่ตามหุบเขา ริมทะเล และริมคลองสายเก่า บางแห่งเหมือนหลุดออกมาจากนิทานกริมม์ บางแห่งเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ยังไม่แห้งดี วันนี้เราคัดมาให้เน้นๆ 20 พิกัด ที่จะทำให้คุณอยากเก็บกระเป๋าตั้งแต่วินาทีที่อ่านจบ!
25 ก.พ. 2026
 10 เมืองยุโรปสุดโรแมนติก ปักหมุดที่เที่ยววันวาเลนไทน์ที่โลกต้องอิจฉา
"14 กุมภาพันธ์ปีนี้... ให้เสียงระฆังในปราก หรือแสงไฟในปารีส เป็นพยานความรักของคุณ ตามไปดู 10 เมืองที่สวยจนเหมือนหยุดเวลาไว้ให้แค่เราสองคน " ถ้าความรักคือการเดินทาง ยุโรปในเดือนกุมภาพันธ์ก็คือ "จุดหมายปลายทาง" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ความหนาวเย็นที่ทำให้เราต้องใกล้ชิดกันมากขึ้น กลิ่นช็อกโกแลตร้อน และแสงไฟสีส้มที่สะท้อนบนถนนปูหิน... นี่คือ 10 เมืองที่จะทำให้หัวใจคุณพองโตกว่าครั้งไหนๆ
14 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ